| เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมระวังอันตรายจากงูกัด แนะวิธีปฐมพยาบาล ตั้งสติ-แจ้ง1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ |
ในช่วงที่หลายๆพื้นที่เกิดประสบอุทกภัย บางพื้นที่มีน้ำท่วมขังสูง และมีแนวโน้มขยายไปในวงกว้างทำให้สัตว์มีพิษ เช่น ปลิง ตะขาบ แมงป่อง หรือแม้กระทั่งงู ไม่ว่าจะเป็นงูเหลือมงูเขียว งูเห่า อาจหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ตามบ้านเรือนของประชาชนส่งผลให้ประชาชนหลายรายได้รับอันตรายได้ ซึ่งจากสถิติการเข้ารักษา นอกจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินทั่วไปแล้วสาเหตุที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉินพบบ่อย คือ การถูกงูกัด ซึ่งบางพื้นที่มีประชาชนถูกงูพิษกัดจนได้รับบาดเจ็บหรือบางรายถึงขั้นเสียชีวิต
โดยงูมีพิษ แบ่งได้เป็น 1.พิษต่อระบบประสาทอาทิ งูเห่า งูจงอาง ส่งผลทำให้เกิดอัมภาพ ลืมตาไม่ได้ และที่สำคัญคือทำให้หยุดหายใจจนอาจเสียชีวิตได้2.พิษต่อโลหิตอาทิ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ ทำให้มีเลือดออกตามที่ต่างๆ อาเจียนเป็นเลือดเนื่องจากพิษงูทำให้เลือดไม่แข็งตัว และ 3.พิษต่อกล้ามเนื้อ อาทิ งูทะเล ทำอัตรายต่อกล้ามเนื้อเป็นต้น
จากนั้นให้ผู้ป่วยฉุกเฉินนอนนิ่งๆ จัดให้ส่วนที่ถูกงูกัดอยู่ระดับต่ำกว่าหัวใจ อย่าเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นเพื่อชะลอการดูดซึมพิษงูเข้าสู่ท่อน้ำเหลืองและเส้นเลือดดำไหลเวียนเข้าหัวใจ และให้หาไม้ดามบริเวณที่ถูกงูกัดแล้วใช้ผ้าพันให้แน่นพอประมาณเหนือแผลงูกัดประมาณ5-15 ซม. แต่ไม่ควรทำการขันชะเนาะ เพราะอาจทําให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้น ๆขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดเนื้อตายได้ และรีบนำผู้ถูกงูกัดส่งสถานบริการสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดและโดยเร็วที่สุด โดย ระหว่างการนำส่งสถานบริการสาธารณสุขถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจให้ทำการช่วยหายใจ โดยการกดนวดหัวใจ จนกว่าจะถึงโรงพยาบาล และผู้ประสบเหตุควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงลักษณะงูหรือถ้าเป็นไปได้หากนำซากงูไปด้วย
ทั้งนี้หากผู้ประสบภัยมีอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ควรรีบโทรแจ้งเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ที่สายด่วน 1669และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อย่ารีรอ เพราะทุกนาทีหมายถึงชีวิต
ที่มา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ











